ทำ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1+2+3
ประกันภัยรถยนต์ สำหรับในสภาพการณ์ปัจจุบันมีจำนวนคนใช้รถยนต์เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ในกทม. และจังหวัดใกล้เคียง ถึงจะเพิ่มพื้นผิวการจราจรเท่าไหร่ ก็ยังไม่พอเพียงต่อความต้องการใช้รถ และด้วยที่ปริมาณจราจรที่คับคั่ง ทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่ควรมีที่คนขับรถยนต์จะต้องมีติดรถไว้ก็คือ ประกันภัยรถยนต์ ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยง หรือความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น เพราะอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่เลือกเวลา ประกันภัยรถยนต์ จะช่วยบรรเทา หรือเซฟภาระค่าใช้จ่ายของหลายๆ คนได้ ทำ ประกันภัยรถยนต์ ถือว่าควรทำไว้นะครับ กันไว้ดีกว่าแก้ และช่วยผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา
ก่อนตัดสินใจทำประกัน ควรมาค้นคว้าหาข้อมูลกันก่อนและเตรียมความพร้อมเพื่อท่านจะได้เบี้ยประกันที่ไม่แพงเกินควร วิธีการตรวจสอบเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ ที่ถูกต้อง ให้นำสำเนากรมธรรม์ของปีที่แล้ว หรือใบเตือนที่ส่งถึงผู้เอาประกัน แล้วให้เค้าตรวจสอบข้อมูลของแต่ละที่เสนอราคามาเปรียบเทียบกัน แล้วไปเช็ครายละเอียด ดังนี้นะครับ ขั้นตอนแรก ตรวจสอบทุน ประกันภัยรถยนต์ ซึ่งโดยทั่วไปจะลงปีละประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ยอดทุนประกันขึ้นอยู่แต่ละที่ ประกันภัยรถยนต์ โดยอาจจะมีทุนประกันไม่เหมือนกันก็ได้ สอบถามส่วนลดเบี้ยประกัน เช่น ส่วนลดระบุคนขับ ส่วนลดประวัติดี ส่วนลดกลุ่ม ใช้สิทธิข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือโปรโมชั่นแต่ละที่ ควรดูด้วยว่าต้องจ่ายค่าแอคเซสด้วยหรือเปล่า เพราะตัวแทนบางคนอาจจะไม่ได้ชี้แจงข้อมูลบางส่วน ให้คุณทราบอย่างละเอียด ทำให้ดูเหมือนว่าจะได้รับเบี้ยถูก แต่อาจจะต้องมารับผิดชอบกับค่าแอคเซสในราคาแพงเหมือนกันยามเกิดอุบัติเหตุ และเปรียบเทียบความคุ้มครองของประกันด้วยว่า ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การคุ้มครองชีวิตในทุกกรณี ค่ารักษาพยาบาล วงเงินประกันตัว และถ้าเรามีศูนย์ซ่อมที่รู้จักหรือเคยทำเป็นประจำก็เช็คดูว่าอยู่ในบริษัทที่เราจะทำหรือไม่ หรือตรวจสอบศูนย์ให้บริการ อู่ซ่อม, อู่ในสัญญา, อู่มาตรฐาน, หรือซ่อมศูนย์ ว่ามีมากพอมั้ย และมีอยู่ในพื้นที่ของเราหรือเปล่า ที่ควรคิดถึงอีกเรื่องหนึ่งคือคุณภาพ ความเป็นมาตรฐานเพียงไร เช่น ฝีมือ คุณภาพของงานผลิตภัณฑ์ที่นำมาทดแทน ของแท้ ของเทียมหรือไม่ และการให้บริการดีเพียงใด เรื่องมากหรือเปล่า และต้องเช็คถึงกรมธรรม์ เพื่อป้องกันการหลอกเงิน และต้องมีเลขคุ้มครองทดแทน สามารถตรวจสอบกับบริษัทประกันได้ หรือเมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว ต้องตรวจสอบความถูกต้อง ของกรมธรรม์อีกครั้งด้วยนะครับ ควรตรวจสอบรายละเอียด เช่น ทุนประกัน ค่าแอคเซส ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ ว่าเหมือนกับที่ทำข้อตกลงไว้หรือไม่ ส่วนวิธีการจ่ายเงิน อย่าลืมนะครับว่าการจ่ายเงินเป็นขั้นตอนสุดท้าย ถ้าไม่มั่นใจแล้วจ่ายเงินไปแล้วจะเสียใจในทีหลัง และควรคิดถึงบริการหลังการขาย ว่าสามารถติดต่อได้หรือเปล่า และมีการให้บริการอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าบริการไม่ดี ก็ตัดสินใจได้ในตอนแรกที่ให้บริการได้เลยครับ ไม่ต้องคิดมากเลยครับ คิดอยู่เสมอว่าเราจ่ายเงินทำประกัน ดังนั้นเราจะได้รับนอกจากการบริการในตอนเกิดอุบัติเหตุ คือการให้บริการในระหว่างการคุ้มครองตามกรมธรรม์ งานประกันคืองานบริการ ถ้าได้รับบริการไม่ดี สามารถเปลี่ยนบริษัทได้ ลองดูแล้วกันนะครับ ก่อนทำประกันรถยนต์ในครั้งต่อไป และควรได้รายละเอียดที่ถูกต้องนะครับ